ผลงานทางวิชาการครูเจตน์ตระการ บุญประสิทธิ์

0 268

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI)  2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนจากการเรียนด้วยชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI)  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนด้วยชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) และ     4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง พัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนเทศบาลวารินวิชาชาติ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 33 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster  Random  Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) จำนวน 5 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) จำนวน 15 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเปรียบเทียบโดยใช้ t – test

           ผลการวิจัยพบว่า

  1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง พัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.83/83.03
  2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียน จากการเรียนด้วยชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง พัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ 0.7110 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น หลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 71.10
  3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง พัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.52

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.22 ( X=4.52, S.D.=1.22) ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด โดยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจด้านการจัดกิจกรรมการสอนมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.57 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.15 (X=4.57, S.D.=1.15) และมีความพึงพอใจด้านการวัดผลและประเมินผลน้อยที่สุด

มีค่าเฉลี่ย 4.47 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.21 (=4.47, S.D.=1.21)

Leave A Reply

Your email address will not be published.